Cute Blinking Blue Cat

วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ผลกระทบจากการใช้เทคโนโลยีทางลบ

แฉกลโกง มิจฉาชีพแฮกเฟซเป็นเพื่อน-คนใกล้ชิด ทักแชทหลอกเอาเงิน

ปัจจุบันโลกโซเชียลเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตของมนุษย์อย่างมาก ทุกคนสามารถเข้าถึงและเป็นส่วนหนึ่งของ ‘สังคมออนไลน์’ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อ พูดคุย กันได้อย่างสะดวกสบาย และรวดเร็วทั้งใจแค่ปลายนิ้ว แต่เมื่อโลกออนไลน์อยู่ในมือของมิจฉาชีพ ที่อาจกลายเป็น ‘ดาบสองคม’ เพื่อใช้หลอกลวงผู้อื่น ให้ได้มาซึ่งทรัพย์สิน ของผู้เสียหาย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือกลลวงจากการเจาะบัญชีเฟซบุ๊กของผู้เสียหาย พร้อมทั้งทักแชทไปหลอกให้โอนเงินมาให้ และมีเหยื่อที่หลงเชื่อ เสียทรัพย์ให้มิจฉาชีพเหล่านี้ไปแล้วหลายราย
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าว ได้มีการสอบถามไปยังหนึ่งในเหยื่อผู้ถูกหลอก แต่เคราะห์ดีที่ผู้เสียหาย สามารถรู้เท่าทันกลลวงดังกล่าว และเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทัน เพราะก่อนหน้านี้ มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์หลายราย นำเอากลลวงดังกล่าวมาแฉแล้วหลายครั้ง
โดยลูกสาวของผู้เสียหายรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ‘พอดี มีเพื่อนแม่โทรมาบอกว่า สงสัยว่าเฟซบุ๊กคงโดนแฮกแล้ว เพราะว่า เค้าใช้เฟซบุ๊ก แม่ไปขอยืมเงินคนที่เป็นเพื่อน (ในเฟสแม่) ทุกคนเลยคนละ 5,000 โดยบอกว่า ให้ไปซื้อบัตร ทรูมันมี่แล้วบอกรหัสมา ซึ่งตัวลูกสาวของผู้เสียหายรายนี้ ซึ่งเป็นเพื่อนกับผู้เป็นแม่ซึ่งถูกเจาะบัญชีในขณะนั้นก็ได้รับข้อความลวงให้โอนเงินเช่นเดียวกัน จึงทำทีเป็นคุยกับมิจฉาชีพรายนี้ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงโรงพักเพื่อแจ้งความกับเจ้าหน้าที่โดยในกรณีดังกล่าวไม่แน่ชัดว่า เหล่ามิจฉาชีพ ทำการเจาะบัญชีผู้เสียหายอย่างไร

โดยเนื้อหาที่แฮกเกอร์พิมพ์ในบทสนทนานั้น คือพยายามล่อหลอกให้เพื่อนในเฟซบุ๊กของเหยื่อไปซื้อบัตรทรูมันนี่ และบอกรหัส พร้อมทั้งใช้คำพูดเร่งเร้า ส่วนสาเหตุที่มิจฉาชีพไม่ให้เหยื่อโอนเงินไปให้ เพราะผู้เสียหาย อาจสามารถแกะรอยเส้นทางการเงินของมิจฉาชีพ และนำไปสู่การจับกุมได้
อย่างไรก็ตาม ปัจจัย หรือข้อควรระวัง ที่อาจทำให้เกิดการเจาะบัญชีเฟซบุ๊กได้คือ การระบุเบอร์โทรศัพท์ลงในช่องทางต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ เพราะเบอร์โทรศัพท์ เป็นกุญแจในการรักษาความปลอดภัย ซึ่งเป็นช่องว่างให้มิจฉาชีพที่ได้เบอร์โทรศัพท์ของผู้ใช้รายนั้นไป สามารถนำมากล่าวอ้าง ล่อลวง ผู้เสียหาย ให้บอกรหัสที่ส่งไปยังโทรศัพท์ของผู้เสียหายได้ ส่วนผู้ใดที่มีใครเข้ามาทักแชทด้วยคำพูดแปลก ๆ หรือเข้ามาคุยในเชิงขอหยิบยืมเงิน ควรจะระมัดระวัง หรือควรโทรเช็คกับเจ้าของเฟซบุ๊กก่อนว่า ใช่คนที่เข้ามาพูดคุยด้วยจริง หรือไม่ เพื่อป้องการการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้

ความคิดเห็น : ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิต ทำให้ชีวิตเราสะดวบสบายยิ่งขึ้น มีอิทธิพลต่อผู้คนอย่างมาก จนบางครั้งอาจมีมิจฉาชีพแทรกซึมจากช่องว่างในระบบความปลอดภัย สามารถปลอมตัวเป็นเพื่อน พี่น้อง หรือคนที่เรารู้จัก ดังนั้นเราจะต้องใช้สื่อโซเชียลอย่างเท่าทัน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่ประสงค์เหล่านี้


แหล่งอ้างอิง
 http://it.teenee.com/hitech-crime/471.html

วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ใบงานที่ 4


ขั้นตอนการทําโครงงานคอมพิวเตอร์


1. คัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจจะทำ โดยทั่วไปเรื่องที่จะมาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์มักได้จากปัญหา คำถาม หรือความสนใจในเรื่องต่าง ๆ จากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ หรือสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนำมาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ ควรพิจารณาองค์ประกอบที่สำคัญดังต่อไปนี้


2. ศึกษาค้นคว้าและวางแผน การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล รวมถึงการขอคำปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิ จะช่วยให้นักเรียนได้แนวคิดที่ใช้ในการกำหนดขอบเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งได้ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องที่จะศึกษา จนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดำเนินการทำโครงงานนั้นได้ 
 ในการศึกษาจะต้องได้คำตอบว่า
          1. จะทำ อะไร
          2. ทำไมต้องทำ
          3. ต้องการให้เกิดอะไร
          4. ทำอย่างไร
          5. ใช้ทรัพยากรอะไร
          6. ทำกับใคร
          7. เสนอผลอย่างไร

3. จัดทำเค้าโครงของโครงงานที่จะทำ ดังนี้
1.ศึกษาค้นคว้าเอกสารอ้างอิงและรวบรวมข้อมูลที่ได้จากผู้ทรงคุณวุฒิ
2.วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อกำหนดขอบเขตและลักษณะของโครงการที่จะพัฒนา
3.ออกแบบการพัฒนา มีการกำหนดลักษณะของเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์และตัวแปลภาษา โปรแกรม และวัสดุต่าง ๆ ที่ต้องใช้
4.กำหนดตารางการปฏิบัติงานของการจัดทำเค้าโครงของโครงงาน ลงมือทำโครงงานและสรุปรายงานโครงงาน โดยกำหนดช่วงเวลาอย่างกว้าง ๆ
5.ทำการพัฒนาโครงงานขั้นต้น เพื่อศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้น โดยอาจจะทำการพัฒนาส่วนย่อย ๆ บางส่วนตามที่ได้ออกแบบไว้แล้ว นำผลจากการศึกษาในช่วงนี้ไปปรับปรุงแผนการทดลองที่ออกแบบไว้ในครั้งแรกให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น
6.เสนอเค้าโครงของโครงงานคอมพิวเตอร์ต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อขอคำแนะนำและปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้การวางแผนและดำเนินการทำโครงงานเป็นไปอย่างเหมาะสมเป็นขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด

4. การลงมือทำโครงงาน เมื่อเค้าโครงของโครงงานได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว  ก็เสมือนว่าการจัดทำโครงงานได้ผ่านพ้นไปแล้วมากกว่าครึ่ง ขั้นตอนต่อไปเป็นการลงมือพัฒนาตามขั้นตอนที่ได้วางแผนไว้ เช่น จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อม รวมทั้งการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของสมาชิกในกลุ่มให้ชัดเจน แล้วจึงดำเนินการทำโครงงาน ขณะเดียวกันต้องมีการทดสอบ ตรวจสอบ ปรับปรุงแก้ไข เพื่อพัฒนาโครงงานเป็นระยะ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าผลงานที่พัฒนาขึ้น ทำงานได้ถูกต้องตรงกับความต้องการที่ระบุไว้ในเป้าหมาย และเกิดประสิทธิภาพตามขั้นตอนต่อไปนี้
          1.การเตรียมการ
          2.การลงมือพัฒนา
          3.การทดสอบผลงานและแก้ไข
          4.การอภิปรายและข้อเสนอแนะ
          5.แนวทางการพัฒนาโครงงานในอนาคตและข้อเสนอ

5. เขียนรายงานและจัดทำคู่มือการใช้ การเขียนรายงานเป็นวิธีการสื่อความหมายเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจแนวคิด วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่าง ๆ เกี่ยวกับโครงงาน ในการเขียนรายงานนักเรียนควรใช้ภาษาที่อ่านง่าย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมา และส่วนสุดท้ายเป็นคู่มือการใช้งานโครงงาน ซึ่งประกอบด้วย
       บทที่ 1 บทนำ
       บทที่ 2 หลักการและทฤษฎี
       บทที่ 3 วิธีดำเนินการ
       บทที่ 4 ผลการศึกษา
       บทที่ 5 สรุปผลและข้อเสนอแนะ
       บรรณานุกรม
       คู่มือการใช้งาน


6. การนำเสนอและแสดงโครงงาน โดยทั่วไปเมื่อโครงงานเสร็จสิ้นแล้ว ต้องมีการนำเสนอโครงงานให้กับผู้ที่ต้องการใช้งานหรือครูที่ปรึกษาโครงงาน ดังนั้นควรเตรียมเอกสารนำเสนอให้สมบูรณ์ โดยอาจปรับย่อข้อความที่สำคัญมาจากการรายงานก็ได้ การนำเสนอในรูปแบบใดนั้นต้องเลือกให้เหมาะสมโดยพิจารณาวัตถุประสงค์ของงานนำเสนอ เช่น สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ป้ายนิทรรศการ เอกสารรายงาน แผ่นพับ นอกจากนี้ยังต้องวางแผนในการนำเสนอและสาธิตโครงงาน และควรฝึกตอบคำถามที่เกี่ยวข้องไว้ด้วย

แหล่างอ้างอิง 
http://rattanaporn602-yrc.blogspot.com/2015/08/3.html
http://www.acr.ac.th/acr/ACR_E-earning/CAREER_COMPUTER/COMPUTER/M4/ComputerProject/content2.html

ใบงานที่ 3

โครงงานคอมพิวเตอร์ประเภทพัฒนาเครื่องมือ

                 เป็น โครงงานเพื่อพัฒนาเรื่องมือมาใช้ช่วยสร้างงานประยุกต์ต่าง ๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นในรูปซอฟต์แวร์ ตัวอย่างของเครื่องมือช่วยงาน เช่น ซอฟต์แวร์วาดรูป ซอฟต์แวร์พิมพ์งาน ซอฟต์แวร์ช่วยการมองวัตถุในมุมต่าง ๆ เป็นต้น สำหรับซอฟต์แวร์เพื่อการพิมพ์งานนั้นสร้างขึ้นเป็นโปรแกรมประมวลผลภาษา ซึ่งจะเป็นเครื่องมือให้เราใช้งานในงานพิมพ์ต่าง ๆ บนเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นไปได้โดยง่าย ซึ่งรูปที่ได้สามารถนำไปใช้งานต่าง ๆ ได้มากมาย สำหรับซอฟต์แวร์ช่วยในการมองวัตถุในมุมต่าง ๆ ใช้สำหรับช่วยในการออกแบบสิ่งของต่าง ๆ เช่น โปรแกรมประเภท 3D

                  โครงงานพัฒนาเครื่องมือ โครงงานประเภทนี้เป็นโครงงานเพื่อพัฒนาเครื่องมือช่วย สร้างงานประยุกต์ต่างๆ โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปซอฟต์แวร์ เช่น ซอฟต์แวร์วาดรูป ซอฟต์แวร์พิมพ์งาน และซอฟต์แวร์ช่วยการมองวัตถุในมุมต่างๆ เป็นต้น สำหรับซอฟต์แวร์เพื่อการพิมพ์งานนั้นสร้างขึ้นเป็นโปรแกรมประมวลคำ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือให้เราใช้ในการพิมพ์งานต่างๆบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนซอฟต์แวร์การวาดรูป พัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้การวาดรูปบนเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็นไปได้ โดยง่าย สำหรับซอฟต์แวร์ช่วยการมองวัตถุในมุมต่างๆ ใช้สำหรับช่วยการออกแบบสิ่งของ อาทิเช่น ผู้ใช้วาดแจกันด้านหน้า และต้องการจะดูว่าด้านบนและด้านข้างเป็นอย่างไร ก็ให้ซอฟต์แวร์คำนวณค่าและภาพที่ควรจะเป็นมาให้ เพื่อพิจารณาและแก้ไขภาพแจกันที่ออกแบบไว้ได้อย่างสะดวก 

ตัวอย่างโครงงาน   Google SketchUp (โปรแกรมออกแบบบ้าน 3 มิติ สร้างโมเดล 3 มิติ) : โปรแกรม SketchUp เป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย Google ชื่อเสียงเรียงนามของผู้พัฒนาเอาไว้ สร้างโมเดล 3 มิติ ออกมาภายใต้ชื่อ Google SketchUp ออกมาให้คนอยากออกแบบ อยากเล่น อยากลอง อยากฝึกใช้ได้ทดลองใช้ หรือจะให้เด็กๆ ลองใช้ โปรแกรมออกแบบบ้าน ฝึกจินตนาการ ของเด็ก และเยาวชน

Google SketchUp ยังสามารถ ออกแบบงานด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม หรือ เครื่องจักร เครื่องกล กันได้อย่างง่ายๆ แถมเผลอๆ หาก ออกแบบ กันดีๆ ยังเอาไปใช้งานจิงๆ ได้อีกด้วย รวมถึง โปรแกรม SketchUp นี้ยังสามารถนำไป ออกแบบ วัตถุเล็กๆ น้อยๆ อาทเช่น ทั้ง ออกแบบระเบียงบ้าน ออกแบบหน้าต่าง ออกแบบประตู ออกแบบตู้ ออกแบบโต๊ะ ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ งานไม้ งานต่อเติมบ้าน ออกแบบรถ  หรือแม้แต่ ออกแบบยานอวกาศ ในฝัน ยังออกแบบได้

คุณสมบัติของโปรแกรม SketchUp Make- มีเครื่องมือหลายตัวที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการออกแบบให้ง่ายขึ้น
- มีการออกแบบเมนูเครื่องมือที่ในการวาดแบบ ให้คล้ายกับของโปรแกรม Photoshop หรือ Paint ใน Windows เพื่อย่นระยะในการทำความเข้าใจ และง่ายในการเรียนรู้
- สามารถหมุนดูวัตถุ 3 มิติ หรือแบบ 2 มิติได้ 360 องศา อีกทั้งสามารถซูมเข้า-ออกได้ตามต้องการ
- มี VDO สอนการใช้งานอย่างละเอียด ทั้งจากในโปรแกรม หรือจาก Youtube พร้อมวิธีให้ลองทำตาม
- สามารถใส่เงาของวัตถุที่ออกแบบได้อย่างอัตโนมัติ
- สามารถย้อนกลับการทำงานได้หลายขั้นตอน(Undo)
- สามารถเลือกสีและปรับแต่งชิ้นงานได้อย่างอิสระ
- โหลดใช้ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
- รองรับการทำงานทั้งบนระบบปฏิบัติการ Windows และ Mac OS X



แหล่งอ้างอิง http://software.thaiware.com/10038-Google-SketchUp.html
                       www.thaigraph.com

วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ใบงานที่ 2

1.  ประเภทของโครงงงานมีกี่ประเภท อะไรบ้าง?

มี 4 ประเภท ได้แก่
1. โครงงานประเภททดลอง เป็นโครงการที่ต้องทำการทดลอง เพื่อศึกษาว่าตัวแปรหนึ่งจะมีผลต่อตัวแปรที่ต้องการศึกษาอย่างไรบ้าง มีขั้นตอนการดำเนินงานประกอบด้วย การกำหนดปัญหา การตั้งวัตถุประสงค์หรือสมมุติฐาน การออกแบบ ทดลอง การรวบรวมข้อมูล การดำเนินการทดลอง การแปรผล และสรุปผลการทดลอง 
ตัวอย่าง การปลูกพืชสวนครัวโดยไม่ใช้ดิน
              ไข่เค็มสูตรใหม่
              ยากันยุงจากพืชสมุนไพร

2. โครงงานประเภทสำรวจ เป็นโครงการที่ไม่ต้องมีการจัดหรือกำหนดตัวแปร เป็นการสำรวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ แล้วนำข้อมูลนั้นมาจำแนกเป็นหมวดหมู่ นำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ อย่างมีระบ
ตัวอย่าง การสำรวจมลภาวะ ในชุมชน
              ลักษณะนามในภาษาถิ่น
              การใช้ภาษาแสลงในหนังสือพิมพ์

3. โครงงานประเภททฤษฏี เป็นโครงการที่เสนอแนวคิดหรือทฤษฎีใหม่ ๆ โดยตั้งข้อตกลงหรือกติกาขึ้นมา แล้วเสนอหลักการหรือแนวคิดที่ยังไม่มีผู้ใดคิดมาก่อน ซึ่งผู้จัดทำโครงงานจะต้องเป็นผู้มีความรู้ในเรื่องนั้น ๆ เป็นอย่างดี
ตัวอย่าง ความมหัศจรรย์ของเลข 9
              คณิตคิดลัด
              เกษตรผสมผสาน

4. โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ เป็นโครงงานประดิษฐ์หรือพัฒนาเครื่องมือเครื่องใช้ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่นำมาใช้ประโยชน์ในการทำงาน อาจเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่หรือพัฒนาจากของเดิมที่มีอยู่แล้ว นำมาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพดีกว่าเดิม
ตัวอย่าง เครื่องกรองดักไขมัน
              เครื่องช่วยในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
              ภาชนะจากพืช


2.  โครงงานคอมพิวเตอร์มีกี่ประเภท  อะไรบ้าง?

แบ่งออกได้เป็น 5 ประเภท คือ

1. โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา    เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา
 เช่น  โครงงานเกี่ยวกับการพัฒนาเว็บไซต์ โปรแกรมสอนวิธีการใช้งาน ระบบสุริยะจักรวาล โปรแกรมแบบทดสอบวิชาต่าง ๆ


2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ เป็นโครงงานที่สร้างเครื่องมือ ใช้สร้างงาน ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของซอฟต์แวร์ เช่น ซอฟต์แวร์วาดรูป  ซอฟแวร์ฝึกพิมพ์ โปรแกรมประเภท 3D


3. โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี  เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการจำลองการทดลอง เช่น การทดลองเรื่องการไหลของเหลว การทดลองเรื่องพฤติกรรมของปลาอโรวาน่า ทฤษฎีการแบ่งแยกดีเอ็นเอ เป็นต้น
4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน สร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้งานในชีวิตประจำวัน
5. โครงงานพัฒนาเกมส์ เพื่อความรู้ ความเพลิดเพลิน เช่น 
เช่น เกมหมากรุก เกมหมากฮอส เกมการคำนวณเลข


3. ประโยชน์ของโครงงาน ให้เขียนมา  5  ข้อ



ประโยชน์ของโครงงานคอมพิวเตอร์

1. ผู้เรียนรู้จักใช้สื่อคอมพิวเตอร์เผยแพร่ข่าวสาร ความรู้ให้แก่บุคคลอื่นๆได้ใช้ประโชน์
2. สามารถใช้คอมพิวเตอร์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีประสิทธิภาพ
3. ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้มีความรู้ใหม่ๆในการสร้างสื่ออิเล็คทรอนิกส์ สามารถนำไปใช้ในอนาคตของผู้เรียนได้
4. ผู้เรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี มีความสามัคคีในระบบกลุ่มมากขึ้น
5. สามารถบริหารเวลาว่างให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและแก่ผู้อื่น 



                                                                                                                           




แหล่งอ้างอิง
http://www.commcru.com/index_2/Instructional%20Media/M5/ProjectP4.html
www.acr.ac.th/acr/ACR_E-Learning/CAREER_COMPUTER/.../content1.html






วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ใบงานที่ 1

1. โครงงาน หมายถึงอะไร?




               โครงงาน หมายถึง กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้าและลงมือปฏิบัติด้วยตนเองตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หรือกระบวนการอื่นใดไปใช้ในการศึกษาหาคำตอบในเรื่องนั้นๆ โดยมีครูผู้สอนคอยกระตุ้นแนะนำและให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเลือกหัวข้อที่จะศึกษา ค้นคว้า ดำเนินการ วางแผน กำหนดขั้นตอนการดำเนินงาน โดยทั่วๆ ไป การทำโครงงานสามารถทำได้ทุกระดับการศึกษา ซึ่งอาจทำเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่มก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงงาน อาจเป็นโครงงานเล็กๆ ที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนหรือเป็นโครงงานใหญ่ที่มีความยากและซับซ้อนขึ้นก็ได้

2. โครงงานคอมพิวเตอร์ หมายถึงอะไร?


โครงงานคอมพิวเตอร์เป็นการใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ ในการศึกษา ทดลอง แก้ปัญหาต่างๆ เพื่อนำผลงานที่ได้มาประยุกต์ใช้งานจริง หรือเพื่อใช้ช่วยสร้างสื่อเสริมการเรียนการสอนให้มี   ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โครงงานคอมพิวเตอร์จึงเป็นกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และฝึกทักษะการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ พร้อมทั้งเครื่องมือต่างๆในการแก้ปัญหา รวมทั้งการพัฒนาเจตคติในการสร้างผลงาน
โครงงานคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ผู้เรียนสามารถศึกษาปัญหาที่ตนสนใจ ซึ่งอาจเป็นปัญหาที่ต้องใช้ความรู้ที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มาผสมผสานกัน ซึ่งบางโครงงานอาจต้องใช้ความรู้อื่นๆ มาร่วมด้วย โดยผู้เรียนจะต้องวางแผนการดำเนินงาน ศึกษา พัฒนาโปรแกรมหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง  ตลอดจนทักษะพื้นฐานในการพัฒนาโครงงาน โครงงานบางเรื่องอาจต้องการวัสดุอุปกรณ์นอกเหนือจากที่มีอยู่ ซึ่งผู้เรียนจะต้องพัฒนาขึ้น หรือดัดแปลงเพื่อให้ใช้งานได้ตรงกับความต้องการ โดยในการพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์จะอยู่ภายใต้การดูแลและให้คำปรึกษาของผู้สอน และผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ



3. ตัวอย่างเว็บไซต์ ที่มีตัวอย่างโครงงาน จำนวน  3 เว็บ พร้อมทำ Link


แหล่งอ้างอิ

http://slamunder1.blogspot.com/
https://sites.google.com/site/comprojiect62maisonmaison/khwam-hmay-
khxng-khorng-ngan-khxmphiwtexr




วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์


โมเด็ม (Modem)

เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร และรับส่งข้อมูลกันบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่อง โอยอาศัยตัวกลางจำพวกสายโทรศัพท์และสาย Fiber Optic ในการส่งผ่านข้อมูล หลักการทำงานโดยคร่าวของโมเด็มก็คือ เปลี่ยนข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบของสัญญาณดิจิตอลให้เป็นสัญญาณเสียงเพื่อให้สามารถส่งผ่านไปตามสายโทรศัพท์ได้ และในทางกลับกันก็รับเอาสัญญาณเสียงที่ถูกส่งผ่านมาตามสายโทรศัพท์จากโมเด็มอีกฟากหนึ่งมาแปลงกลับให้เป็นข้อมูลในรูปแบบของสัญญาณดิจิตอลแบบเดิม ปัจจุบันโมเด็มที่มีวางขายและใช้งานกันโดยทั่วไป ถ่าแบ่งออกตามเทคโนโลยีที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลจะแบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ

Dial-Up Modem (56K Dial-UP)
เป็นโมเด็มแบบอนาล็อคที่ใช้ในการรับส่งสัญญาณผ่านระบบโทรศัพท์แบบธรรดา เวลาเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในแต่ละครั้งจำเป็นจะต้องหมุนหมายเลขโทรศัพท์ไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เร็ต (ISP) ด้วย มาตราฐานล่าสุดที่ใช้กันในปัจจุบัน คือ V.92 ซึ่งให้ Bit Rate หรืออัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดที่ 56/33.6 Kbps (รับข้อมูลขาลงจากอินเทอร์เน็ต หรือ Download ที่ความเร็ว 56 Kbps และส่งข้อมูล ขาขึ้น Upload ที่ความเร็ว 33.6 Kbps)

ADSL Modem (High-Speed Internet)
เป็นโมเด็มแบบดิจิตอลที่ใช้เทคโนโลยีในการติดต่อสื่อสารและรับส่งข้อมูลกันด้วยระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนคู่สายโทรศัพท์แบบะรรดา โดยเลือกใช่ย่านความถี่ที่ไม่มีในการใช้งานอินเทอร์เน็ต (โมเด็มแบบ Dial-Up ในระหว่างใช้งานอินเทอร์เน็ตจะำม่สามารถใช้โทรศัพท์ปกติไปพร้อมๆกันได้) อีกทั้งเวลาเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในแต่ละครั่ง ก็ไม่จำเป็นต้องหมุนหมายเลขโทรศัพท์เหมือนกับ 56k Dial-Up อีกด้วย ปัจจุบันเทคโนโยยีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Hing-Speed Internet) และโมเด็มของ ADSL นี้กำลังเป็นที่นิยมและได้กลายเป็นมาตรฐานที่ใช้งานกันโดยทั่วไป ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกใช้ความเร็วได้ตามต้องการจากผ๔้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) เช่น 256/128, 512/256 และ 1024/512 Kbps เป็นต้น โดยแต่ละความเร็วจะมีอัตราค่าบริการแต่กต่างกันไปสำหรับอัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดด้วยระบบ ADSL ในปัจจุบันจะอยู่ที่ 8192/1024 Kbps หรือก็คือ รับส่งข้อมูลขาลงจาก ISP (Download) ด้วยความเร็วสูงสุด 16 Mbps และส่งข้อมูลขาขึ้นไปหา ISP (Uplpad) ด้วยความเร็วสูงสุด 1 Mbps




รูปแบบของโมเด็ม
สามารถแบ่งออกตามลักษณะในการติดตั้งได้ดังนี้
แบบติดตั้งภายใน (Internal Modem) มักเป็นแบบการ์ด PCI ที่ใช้เสียบลงบนเมนบอร์ดข้อดีของโมเด็มแบบนี้คือ ไม่มีสายต่อรุงรังและไม่ต้องใช้ตัวอะแดปเตอร์ (Adapter) คอยจ่ายไฟเลี้ยงให้

แบบติดตั้งถายนอก (External Modem) เป็นแบบตัวเตรื่องขนาดเล็กวางตั้งไว้อยู่ภายนอกตัวเครื่อง ในการเชื่อมต่อถ้าเป็นโมเด็ม 56k จะมีทั้งแบบที่ใช้กับพอร์ตอนุกรมและพอร์ต USB แต่ถ้าเป็น โมเด็ม ADSL จะมีทั้งแบบที่ใช้กับช่างต่อ RJ-45 ของการ์ด LAN และพอร์ต USB ส่วนสายสัญญารโทรศัพท์จะใช้เสียบเข้ากับช่องต่อ RJ-11 ของอุปกรณ์แยกสัญญาร (Splitter) ข้อดีของโมเด็มแบบนี้คือ ติดตั้งได้ง่ายและมีไฟบอกสถานะตลอดเวลา


วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ


1. ระบบสารสนเทศ  ศัพท์ภาษาอังฤฤษ คือ .... และหมายถึงอะไร



ระบบสารสนเทศ (Information system) หมายถึง ระบบที่ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ได้แก่ ระบบคอมพิวเตอร์
ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ ระบบเครือข่าย ฐานข้อมูล ผู้พัฒนาระบบ ผู้ใช้ระบบ พนักงานที่เกี่ยวข้อง และ ผู้เชี่ยวชาญ
ในสาขา ทุกองค์ประกอบนี้ทำงานร่วมกันเพื่อกำหนด รวบรวม จัดเก็บข้อมูล ประมวลผลข้อมูลเพื่อสร้างสารสนเทศ
และส่งผลลัพธ์หรือสารสนเทศที่ได้ให้ผู้ใช้เพื่อช่วยสนับสนุนการทำงาน การตัดสินใจ การวางแผน
การบริหาร การควบคุม การวิเคราะห์และติดตามผลการดำเนินงานขององค์กร

2. ระบบสารสนเทศ ประกอบด้วยอะไรบ้าง  มี  5 อย่าง


1. ฮาร์ดแวร์ ฮาร์ดแวร์เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบสารสนเทศ หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์รอบข้าง รวมทั้งอุปกรณ์สื่อสารสำหรับเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าเป็นเครือข่าย เช่น เครื่องพิมพ์ เครื่องกราดตรวจเมื่อพิจารณาเครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถแบ่งเป็น  3 หน่วย คือ

        หน่วยรับข้อมูล (input unit) ได้แก่ แผงแป้นอักขระ เมาส์
        หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU)
        หน่วยแสดงผล (output unit) ได้แก่ จอภาพ เครื่องพิมพ์


2 . ซอฟต์แวร์ - คือลำดับขั้นตอนคำสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ ทำงานตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ซอฟต์แวร์ จึงหมายถึงชุดคำสั่งที่เรียง เป็นลำดับขั้นตอนสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามต้องการ และประมวลผลเพื่อให้ได้สารสนเทศที่ต้องการ

3. บุคลากร - เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ เพราะบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และเข้าใจวิธีการให้ได้มาซึ่งสารสนเทศ จะเป็นผู้ดำเนินการ ในการทำงานทั้งหมด บุคลากรจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ บุคลากรภายในองค์กรเป็นส่วนประกอบที่จะทำให้เกิด ระบบสารสนเทศด้วยกันทุกคน เช่น ร้านขายสินค้าแห่งหนึ่ง บุคลากรที่ดำเนินการในร้านค้าทุกคน ตั้งแต่ผู้จัดการถึงพนักงานขาย เป็นส่วนประกอบที่จะทำให้เกิดสารสนเทศได้

4. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน - เป็นระเบียบวิธีการปฏิบัติงานในการจัดเก็บรักษาข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่จะทำให้เป็นสารสนเทศได้ เช่น กำหนดให้ มีการป้อนข้อมูลทุกวัน ป้อนข้อมูลให้ทันตามกำหนดเวลา มีการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องอยู่เสมอ กำหนดเวลาในการประมวลผล การทำรายงาน การดำเนินการ ต่าง ๆ ต้องมีขั้นตอน หากขั้นตอนใดมีปัญหาระบบก็จะมีปัญหาด้วย เพราะทุกขั้นตอนมีผลต่อระบบสารสนเทศ


5. ข้อมูลและสารสนเทศ ข้อมูล เป็นองค์ประกอบที่สำคัญอีกประการหนึ่งของระบบสารสนเทศ อาจจะเป็นตัวชี้ความสำเร็จหรือความล้มเหลวของระบบได้ เนื่องจากจะต้องมีการเก็บข้อมูลจากแหล่งกำเนิด ข้อมูลจะต้องมีความถูกต้อง มีการกลั่นกรองและตรวจสอบแล้วเท่านั้นจึงจะมีประโยชน์ ข้อมูลจำเป็นจะต้องมีมาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้งานในระดับกลุ่มหรือระดับองค์กร ข้อมูลต้องมีโครงสร้างในการจัดเก็บที่เป็นระบบระเบียบเพื่อการสืบค้นที่รวดเร็วมีประสิทธิภาพ

3. ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ  หมายถึง อะไร?


ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System) เป็นระบบย่อยหนึ่งในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ โดยที่ระบบสนับสนุนการตัดสินใจจะช่วยผู้บริหารในเรื่องการตัดสินใจในเหตุการณ์หรือกิจกรรมทางธุรกิจที่ไม่มีโครงสร้างแน่นอน หรือกึ่งโครงสร้าง ระบบสนับสนุนการตัดสินใจอาจจะใช้กับบุคคลเดียวหรือช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเป็นกลุ่ม นอกจากนั้น ยังมีระบบสนับสนุนผู้บริหารเพื่อช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ 

4. ประเภทของระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ มีกี่ประเภทอะไรบ้าง

มี 2 ประเภท คือ
1. ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจแบบบุคคล
2. ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่ม

5. ตัวอย่างโปรแกรม ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการ ตัดสินใจ

ระบบสนับสนุนการตัดสินใจกับกลยุทธ์ในการแข่งขัน
วิธีการเลือกเปลี่ยนยางใหม่1
          บริษัทไฟร์สโตน (Firestone Rubber & Tire) ในรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ได้พัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการออกแบบยางรถยนต์ยี่ห้อใหม่ ระบบช่วยให้นักวิเคราะห์มองเห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างผลทางด้านการเงินในอดีตกับตัวแปรภายนอก เช่น จำนวนรถยนต์ที่ผลิตทั้งหมด ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศแล้วนำมาสร้างโมเดลในการพยากรณ์ขายด้วยโมเดลต่างๆ  ที่มีอยู่ในระบบ ช่วยให้นักวิเคราะห์ของบริษัทไฟร์สโตนระบบสนับสนุนการตัดสินใจกับการบริหารการจัดส่งสินค้า



ระบบสนับสนุนการตัดสินใจกับการบริหารการจัดส่งสินค้า
1358957627
           บริษัทซาน ไมเกล (San Miguel Corporation) ใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารการส่งสินค้า (Production Load Allocation) เพื่อส่งสินค้ากว่า 300 ชนิด เช่น นม เบียร์ และอื่นๆ โดยส่งไปทั่วหมู่เกาะฟิลิปปินส์ ระบบดังกล่าวช่วยคำนวณความสมดุลระหว่างค่านำส่ง ค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อ กับความถี่ในการนำส่งและปริมาณต่ำสุดในการส่งสินค้า รวมถึงการกำหนดจำนวนสินค้าแต่ละชนิดที่จะผลิตและการนำสินค้านั้นไปเก็บไว้ในคลังสินค้าต่างๆ 




การใช้ DSS ในสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ (DSS at American Airline)
import-export1                 American Analytical Information Management System (AAIMS) เป็นตัวอย่างดั้งเดิมสำหรับระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ซึ่งใช้กับการผลิตเครื่องบิน การวิเคราะห์ทางการเงิน การให้คำปรึกษาและการทำงานร่วมกัน ซึ่ง AAIMS มีการสนับสนุนการตัดสินใจของสายการบินโดยการวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บจากสิ่งที่เป็นประโยชน์ในการผลิตเครื่องบิน การจัดที่นั่งให้เหมาะสมถูกต้อง และสถิติทางการบิน เช่น การคาดการณ์สำหรับสายการบินในส่วนแบ่งการตลาด รายได้และผลกำไร การแบ่งประเภทของตั๋วเครื่องบิน ราคา และอื่นๆ